A night in Ayutthaya w MAIDS

เมื่อวันที่ 24-25 ที่ผ่านมา หลักสูตร inter dev masters ของจ๋า
ไปทัศนศึกษาเข้าค่าย เรียนรู้ชีวิตกันที่อยุธยาค่ะ
... แค่ฟังชื่อจังหวัดก้อร้อนและรุ้สึกตัวไหม้แล้วช่ายป่ะ ^^"
ฮ่าๆ จะบอกว่าจ๋าดำขึ้น และยังอ้วนขึ้นอีก !
ใช่แล้วววว แค่สองวันนี่แหละค่ะ เชื่อป่าวล่ะ :D 

 

 

DAY 1


วัตถุประสงค์คือ ไปศึกษา flood management and protection schemes
ชม heritage sites, industrial estates ด้วยค่ะ

ชอบอย่างนึงคือ ยุดยา เปนจังหวัดที่รวมทั้งโบราณสถาน
และโรงงานอุตสาหกรรม ไว้ในตัวเลย
ไปเที่ยวเดียวได้ศึกษาสองแง่มุม    
>.< 

 


นัดตอนเช้า แปดโมงวันอังคาร

จ๋าก้อไปถึงประมาณนั้นเลย ไม่ช้า แต่พอไปถึงหาเพื่อนๆปุ๊บ
ทุกคนก้อทำหน้าตกใจ เหวอๆกัน แล้วก้อบอกว่า

"You forgot to button up ur shirt. Are u awake? Really.."


ฮ่าๆๆ จ๋าก้อแอบตกใจหน่อยนึงว่าเอ๊ะอารัย.. ปรากดว่ามองไปมองมา
อ้อออ เพื่อนนึกว่าจ๋าไม่ได้ใส่อารัยข้างใน นึกว่าโชว์เปิดกระดุมเลย
แม๊... เค้าก้อไม่ได้ใจกล้าขนาดนั้นน้า เค้ามีเสื้อสีเนื้อข้างในต่ะหาก ^^'
.. คราวหน้าเปนบทเรียนว่า อย่าใส่เสื้อสีเนื้อเหมือนผิว
เพื่อนๆตกใจกันระนาวเลยค่า ก๊ากๆๆ 

 


กับมัฟฟิ่น.. เพื่อนจากอักษรด้วยกันค่ะ  :p

 


ที่แรกที่เราไป คือวัดมหาธาตุ
ทันทีที่ก้าวลงจากรถ ก้อร้อนมากกกกกก แดดแรงมากเลย ! 

 


จุดเด่นของวัดมหาธาตุ คือพระพุทธรูปท่ามกลางรากไม้ค่ะ
แปลกดีจัง (จำไม่ได้ว่าเคยมาเหนแล้วยัง อิอิ) ธรรมชาติน่าพิศวงเนอะ
>.<

 

 

แล้วเราก้อไปที่ที่สอง คือวัดไชยวัฒนาราม
ไม่ต้องบอกก้อคงรุ้ว่า ร้อนม๊ากกก มีเจดีย์เต็มไปหมดเลย
แต่ทั้งวัดโดนน้ำท่วมแล้ว เปนรอยคราบรอบๆด้วยแหละ 

 

เดินกันรอบวัด กางร่ม ใส่หมวก ใส่แว่นกันแดด
แถมจ๋ายังทา sunscreen หน้า spf40 และตัว spf50
ยังไม่ไหวเลยค่ะ แทบบบบบ จะเปนลมอ่ะ - -" 

 


วิ่งออกแดดไปถ่ายรูปประมานห้าวินาที ตัวดำลงห้าเลเวลเลย =__=

 


จิงๆกางร่มตัลหลอดดด ใส่หมวกและแว่น
จนเพื่อนๆแซวว่า นี่เทอจะมาถ่ายหนังหรือปล่าวเนี่ย

หุหุ :')  แต่ทุกคนก้อลุย โดยเฉพาะพวกฝรั่งจากแคนาดา เมกา
บอกว่า I love the sun. I worship the sun.
จ๋าและมัฟฟิ่น ไม่เอาด้วยหละค่ะ ไม่เลิฟหรอก 555 

 

 

มีรูปจาก facebook เพื่อนที่เอากล้องไปด้วย
จ๋าไม่ได้เอากล้องไปค่ะ ถ่ายจากไอโฟนมานิดหน่อยเท่าน้านนน

 

เหอะๆ นั่นแหละจ๋าเอง ^^'

 


เพื่อนๆในทีม.. มองผ่านๆเหมือนเปนคนไทยหมด
แต่จิงๆแล้วมีอินโด ญี่ปุ่น ไต้หวัน พม่า และไทยค่ะ :D

 

 

นักเรียนทั้งหมดในทริป 25 คน มีอาจารย์และเจ้าหน้าที่ไปคุมด้วย
.. นึกถึงสมัยไปทัศนศึกษาตอนมัธยมเลยนะ หุหุ 

 

 

 

เสร็จจากโบราณสถาน วัดทั้งสองแห่งแล้ว ก้อพักทานข้าวเที่ยว
ที่ร้าน บ้านริมน้ำ แล้วก้อไปลุยต่อภาคบ่ายค่ะ
ภาคบ่ายเราเข้าไปที่ชุมชนบ้านในคลอง ต.กบเจา อ.บางบาล
เพื่อศึกษาเรื่อง rice farming, plantation และ
flood management เพราะเปนพื้นที่น้ำท่วม 3 เมตร O__O

 

 

พอเราเข้าไปในชุมชน ก้อได้นั่งคุยและเรียนกันที่ศาลาริมน้ำ
ด้านนึงเปนบ่อน้ำเล็กๆ มีปลา กุ้ง หอย
และเลยออกไปเปนทุ่งนา ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี กว้างมากเลยค่ะ
ได้เหนธรรมชาติแบบนี้แล้วสะท้อนชีวิตชนบท กับเมืองเลยนะ
ต่างกันมากจิงๆ บางทีได้กลับมาอยุ่แบบนี้ ก้อเรียบง่ายดีออก :) 

 

ชาวบ้านที่มาคุยกับกลุ่มเรา ที่ศาลาริมน้ำเนี่ย มีทั้งชาวบ้านธรรมดา
ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารหมู่บ้าน และคนจาก อบต.
แต่ละคนอายุแบบ 50 อัพ 60 อัพกันหมดเลย
มีคนจาก อบต. คนนึง 80 กว่าแล้ว ยังแข็งแรง ความจำดีอยุ่เลยค่ะ
แต่ละคนก้อให้ความรุ้เรื่องการจัดการ ประสานงานของหมู่บ้าน
และการป้องกันน้ำท่วม (กันไม่ได้) การแก้ไข ฟื้นฟู


 

สำหรับจ๋านะคะ เวลามองชาวบ้านพวกนี้ ที่ใส่เสื้อบ้างไม่ใส่บ้าง
ใส่ผ้าขาวม้า ใส่หมวกชาวนา ขี่จักรยาน..
เหมือนภาพที่ตอนเรียนวรรณคดีไทยสมัยประถม พูดถึงเลยแหละ
คือเราก้อไม่เคยเหนอารัยจิงๆกับตาแบบนี้ บ่อยเท่าไหร่อ่าค่ะ
พอมาเหนจิงๆกับตา ในชนบทกลางทุ่งนา ทุ่งหญ้าเขียวๆแล้ว
นึกถึงตอนเรียนประถม ที่เหนแต่ภาพ ในหนังสือ
แล้วนึกถึงตอนนี้ ที่เราได้เหนของจิงแล้วววว อารัยแบบนั้น ^^' 

ชาวบ้านแต่ละคนเรียบง่ายมาก อยุ่กันอย่างพอเพียง
ไม่ต้องมีอารัยเยอะๆ ง่ายๆไปในแต่ละวัน .. บางทีมันก้อพอแล้วนะ
สำหรับชีวิตคนๆนึง ได้กลับมามองอะไร ทำอะไร simple
แบบ back to the basic บ้างในบางช่วงของชีวิต มันดีจะตาย :p
ฮ่าๆๆ เริ่มพูดเหมือนแก่แล้วเนอะ โอเค กลับมาเรื่องทริป ^^ 

 

 

ศึกษากันเสร็จเราก้อเดินทางต่อไปยังโรงแรม เย้.. เวลา check in แล้ววว
โรงแรมศรีอยุธยาธานี รอคอยมานานแสนนานนนนนน ค่ะ
จะบอกว่าจ๋าจะเปนลมด้วยน้ะ น้ำก้อกินเข้าไปเยอะแล้ว
แต่ก้อยังปวดหัวตุบๆๆ เหมือนเปนไข้แดด ออกแดดมากเกินไปอ่ะ
(ก้อเล่นเดินทั้งวันแบบนี้ นู๋ไม่ได้ออกแดดต่อกันเกิน 30 นาที เปนปีละ)
แง้.. T__T  เลยขอไทลินอลพี่คนนึงในทริป ประทังไปก่อน 55

 

เช็คอินเสร็จ ตอนเย็นก้อไปทานข้าวกันแล้วก้อกลับโรงแรม
group discussion ตอนดึก เลิกสามทุ่มกว่าๆ ก้อปล่อยพักแล้ว
เรื่องตื่นเต้นอยุ่ตรงนี้ ......   :))

 

 

เลิกประชุม อาจารย์ปล่อยกลับห้องพักตอน 21.30 
จอนก้อบอกว่าให้เวลาครึ่ง ชม. ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด
แล้วมารวมกันที่ห้องนอนเค้า (จอนนอนกับฟราน) ห้อง 222
ทุกคนก้อ หะ อะรัยนะเราจะมีปาร์ตี้กันหรอ บลาบลา
ทุกคนก้อแยกย้ายกันไปห้องตัวเอง อาบน้ำใส่ชุดใหม่
(จ๋านอนกับพลอย เราห้อง 214 ค่ะ)

พอถึงเวลาสี่ทุ่ม ทุกคนก้อมารวมกันห้อง ตองสอง
ยกเว้นจ๋ากะมัฟฟิ่น ซึ่งไปเดินสำรวจนู่นนี่ และคุยกันอารัยๆไป
มาห้องจอน ตอน 22.15 ช้าไปนิดหน่อย
เปิดประตูมาปุ๊บ เพื่อนๆทุกคน เฮ กันใหญ่เลย บอกว่ามีคนซื้อของให้แล้วววว
จ๋ากะมัฟฟิ่นก้องง ฮะ อารัยนะ .. เพื่อนๆควักเงินกันมาคนละนิดหน่อย
รวมๆกันแล้วห้าร้อยบาท ให้เราไปซื้อเบียร์ให้ !!

 

เข้าใจม๊าาาา จ๋ากะมัฟฟิ่นไม่ดื่ม ไม่เที่ยว แล้วจะซื้อเปนป่าวเนี่ย
555 ไป 7/11 ที่อยุ่ติดกับโรงแรม (โรงแรมนี่โลเคชั่นดีมากเลย
ด้านหน้าเปนโรงเรียน ซ้าย 7/11 ขวา tesco lotus express)
หิวไม่ต้องห่วงนะ อิอิ จ๋ากะมัฟฟิ่นก้อเดินไป หยุดหน้าตู้เย็นเบียร์
แล้วก้องงไม่รุ้จาซื้ออารัยดี ถามพนักงานขายด้วย ก๊ากๆๆ เขินดี 
แล้วเราก้อซื้อ ไฮนีเก้น สิงห์ ช้าง smirnoff spy รวมๆกันเข้ามา
ให้พวก ผช ในห้องนั่นแหละค่ะ พอกลับมาทุกคนเฮกันอีกรอบ
เออออ - -"  จ๋ากะมัฟฟิ่นนี่สุดจะเซรงงงง ก๊ากๆๆ

 

 

ล็อตแรก.. มีสองล็อตในคืนนั้นค่ะ  > <

 

ทุกคนก้อเปิดขวด เทใส่แก้วบ้าง กระดกเลยบ้าง ตามอัธยาศัย
แล้วก้อคุยกันเรื่อยๆ เปิดเพลง ทีวี เล่นกันหนุกหนาน
ส่วนจ๋ากะมัฟฟิ่น เราขออารัยอ่อนๆ มัฟฟิ่นบอกปกติไม่ดื่มเลยนะ
ไม่ชอบเลยด้วย แต่คืนนั้น คุนเทอกระดก smirnoff ไปค่อนขวด
บวกกะเบียร์อารัยต่ออารัย ไปห้าแก้ว O___O.. แน่ใจนะ
ว่าปกติไม่ดื่มอ่ะ  55555  ^^"

ส่วนจ๋า ปกติไม่ดื่มเลย ยกเว้นไปงานโรงแรม งานสถานทูตกะคุนแม่
ก้อจะมีบ้าง พวกไวน์ วอดก้า แต่ก้อไม่เกินสองแก้วอ่ะค่ะ
รุ้สึกว่ามันไม่อร่อยเลยยยย ทำไมต้องฝืนใจกินอารัยไม่อร่อยด้วย
อีกอย่างก้อต้องปลอดภัยไว้ก่อน เพราะคุนแม่ดื่มมากกว่า จ๋าขับรถด้วยไง :) 

 


ไม่ได้กินคนเดียวหมดขวดน้ะ โน้ววว.. มัฟฟิ่นกระดกไปค่อนขวด
เหลือมาให้จิบสามสี่อึกค่ะ อิอิ แต่จ๋าเลือกรสนี้มาเองแหละ
เคยลองแล้วอร่อยกว่าอันอื่นๆ เหมาะสำหรับ first timer แบบจ๋า
:P

 

 

สมาชิกในคืนนั้น จอนคนต้นคิด คือคนขวาสุดกะลังเปิดขวดเลยค่ะ
ฮ่าๆ ไม่พลาดซักขวดนะเนี่ย  - -" 

 

พอพวก ผช เริ่มกรึ่มๆกันแล้ว ก้อหนีไม่พ้นคุยเรื่องอารัยอย่างงั้นกัน
แต่เอ๊ะ พวกเรา ผญ ก้อเยอะอยุ่น้ะ ไม่มีใครมองเหนเลยหรืออออ
555 เริ่มจากฟรานแหละ อยุ่ๆลงไปนอนกลิ้งๆกับพื้นห้อง
แล้วบอกว่า "It's better on the floor!"

เอาเลย ทุกคนต่อประเด็น what is better on the floor?
how? what it's like? .... จ๋ากะพลอยมองหน้ากันสามที
เรากลับห้องกันเหอะ เที่ยงคืนแล้วด้วย ฮ่าๆๆ เลยหนีกันมาสองคนค่ะ

 

 

 

 

DAY 2

เริ่มต้นวันที่สองในยุดยา ด้วยข้าวต้มไก่ฉีกของโรงแรม ไม่อร่อยเลยยย
ขอเน้นว่า ไม่อร่อยที่สุดในโลกกกกกก ค่ะ   :(
มีปาท่องโก๋ด้วยนะ แต่ไม่มีนมข้นหวาน เค้าบอกว่าขาดตลาด
อ้าว ! แล้วให้เรากินกะอารัยเนี่ย แง้ๆ แย่ที่สุดไม่ประทับใจอย่างแรง

.. แล้วเราก้อ check out กัน เช้าวันนี้มีโปรแกรมไป
hi-tech industrial estate ค่ะ

 

 

ลายเดรสวันนี้ เข้าชุดกะเล็บเล๊ยยยย :)

 


ไปแบบเหม่งๆเนี่ยหล่ะ เอิ๊กๆๆ เมื่อวานทำหน้าม้า ร้อนม๊ากกกก
เหงื่อไหลหยดย้อย ในที่สุดต้องรวบผมซะ  ^^'

 

 

ระหว่างทางไปนิคมอุตสาหกรรม ไฮเทค ค่าาาาาาา


หน้าไม่ต้องใส่เครื่องสำอางอารัยเลย แค่ครีมและ sunscreen
ปกป้องหน้าจากแสงแดดและไอร้อนกันสุดริด อิอิ 

 

ไปนิคมแล้วก้อเข้าห้องประชุม นั่งฟังบรรยาย ดู presentation
เรื่องโรงงาน ประวัติการก่อตั้ง และเรื่องน้ำท่วม
การจัดการและฟื้นฟูค่ะ ได้ความรุ้ที่ไม่เคยรุ้มาก่อน
เบื้องลึกเบื้องหลัง การเมืองน้ำท่วมกันด้วย

 

ในห้องบรรยาย

 

 

เสร็จจากบรรยายช่วงเช้า ก้อพักเที่ยงกินข้าวร้านเดิม บ้านริมน้ำ
ตอนบ่ายมีกิจกรรมขี่ช้างที่วังช้าง และฟังบรรยายเรื่องการอนุรักษ์ช้างไทย
ก้อหนุกดีนะคะ ร้อนเหมือนเดิมเลยด้วย +____+


 

มีโชว์ช้างก่อนการบรรยาย ฟังบรรยายจบก้อไปขี่ช้าง
แต่จ๋าขอบายค่ะ ไม่ได้ขึ้นขี่เพราะร้อนมาก จะเปนลมอีกแล้ว
(ไม่ได้สำออยนะ ปวดหัวจากแดดเลยจิงๆอ่าค่ะ)  Y_Y 

 

 

เย็นๆก่อนจะกลับมากรุงเทพ ก้อไปตลาดน้ำอยุธยาค่ะ
ไปตอนแดดเริ่มจะหายแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อยน้า 


รุ้สึกว่าไม่มีอารัย ไม่เหนน่าตื่นเต้นเลยหล่ะ
มีแต่ของกินขาย ซึ่งก้อไม่เยอะ มีเสื้อผ้า รองเท้าบ้าง
ไปครั้งเดียวพอแล้ว ถ้าให้ไปอีกเลือกอัมพวา น่ารักกว่าค่ะ 

 


มีมุมน่ารักให้ถ่ายรูปอยุ่บ้าง .. จ๋ากับตู้ post box ค่ะ

 


ขอถ่ายกับดอกไม้สวยๆหน่อย หุหุ โทนเดียวกับเดรสจ๋าเลยยยย

 

 

เดินตลาดน้ำ ไม่ได้ซื้ออารัยกลับบ้านเลยค่ะ ซื้อของกินกินเล่นเอง
หมูปิ้งนมสด อร่อยดีแต่มันหมูเยอะไปหน่อยค่ะ
ซื้อขนมหม้อแกงด้วย โทรไปถามพี่กิตว่าเอาหม้อแกงป่าว
พี่กิตถามว่า ต้นไม้หรอ  >.<  555 เลยบอกว่าขนม
แต่นายเป็ดไม่ค่อยชอบขนมหวานเท่าไหร่ เลยไม่ได้ซื้อมาค่ะ

แล้วก้อซื้ออันนี้มา ..

 

ทองม้วนสด .. ระลึกความหลังกันนิดนึง
จ๋าเมื่อก่อนไม่รุ้จักว่าอันนี้คืออารัย เหนแล้วไม่ได้สนใจด้วย
เพราะไม่เคยกิน กินไม่เปน ฮ่าๆ จนตอนไปอัมพวากะพี่กิต
เมื่อตอนปีสอง พี่กิตก้อซื้ออันนี้มาให้ลองกิน ปรากดว่าอร่อยดีเนอะ
เลยกินทองม้วนสดเปนค่ะ อิอิ  :')

 

 

แล้วเชื่อป่ะว่า ตั้งแต่ตอนนั้นที่กินกะพี่กิต ที่อัมพวา จนถึงตอนนี้
ยังไม่ได้กินอีกเลยยยยยยค่ะ ฮ่าๆ นานมากกกก ^^"
ครั้งนี้ซื้อมากินอีกที ยังอร่อยเหมือนเดิม เหนียวๆไม่หวานมาก
มีไส้มะพร้าวด้วย ....   

 

เสร็จจากเดินตลาดน้ำ ก้อเดินทางกลับกรุงเทพค่ะ
ถึงกรุงเทพประมาณหนึ่งทุ่ม คุนแม่จ๋าก้อรอรับอยุ่แล้ว กลับบ้านกัน
ดีใจสุดๆเลยที่ได้กลับบ้าน มาตากแอร์อีกครั้ง ได้นอนเตียงนิ่มๆ
เอิ๊กๆๆ .. แล้วก้อนั่นหล่ะค่ะ ดำขึ้นด้วยมั๊ง และอ้วนขึ้นด้วยยย
TT___TT  

 

 

ส่วนวันนี้ ต้องอ่าน globalization and development สามสิบหน้า
แง้.. เพื่อจะเขียน reflection ส่งอาจารย์วันอังคารนี้แล้ว
มันยากมากเลย ต้องอ่านแล้วคิดวิเคราะห์ เขียนออกมาส่งอ่ะค่ะ
ไปทำงานแล้วดีกว่า บายค่า :D

 

 

บับบายยยยยยย 


เห็นแล้วอยากไปด้วย จะได้ไปกางร่มให้งายยยย อิอิ.....
teeloh
27 ม.ค. 2555 เวลา 13:02 น.
น่าสนุกมากๆเลยค่ะ ตอนแรกแอบตกใจเหมือนกันเรื่องลืมติดกระดุมบน ก็เสื้อสีเนื้อเอามากๆ มองผ่านๆก็คงเข้าใจว่ามันหลุดออกมาเปล่า
อยากกินทองม้วนสดด้วย ไม่ได้กินมา 4-5 ปีแล้ว ><
004624
27 ม.ค. 2555 เวลา 20:56 น.
:) เปลี่ยนบรรยากาศ
004909
27 ม.ค. 2555 เวลา 23:36 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic